เรื่องภาษีที่ผู้ประกอบการร้านทองควรรู้

เรื่องภาษีที่ผู้ประกอบการร้านทองควรรู้ การประกอบธุรกิจร้านทองนั้นเกี่ยวข้องกับภาษีหลายประเภท ผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้องและวางแผนภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น วันนี้เราจะมาเจาะลึกถึง “เรื่องภาษีที่ผู้ประกอบการร้านทองควรรู้” ว่า ประเภทภาษีนั้นสำคัญอย่างไรและมีอะไรบ้าง? ภาษีที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจร้านทอง ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เงินได้จากการประกอบธุรกิจโดยผู้ประกอบการร้านทองจะต้องนำรายได้จากการขายทองรูปพรรณ ค่ากำเหน็จ ค่าหลอมทองเก่า มาคำนวณภาษีเงินได้ และ สามารถนำมาหักค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจได้ เช่น ค่าเช่า ค่าจ้าง ค่าซื้อทองคำ ฯลฯ อัตราภาษีจะขึ้นอยู่กับฐานภาษีที่คำนวณได้ หากในกรณีหากผู้ประกอบการเป็นบุคคลธรรมดา จะต้องเสียภาษีเงินได้จากกำไรที่ได้จากการขายทองคำ โดยมีค่าใช้จ่ายที่สามารถนำไปหักลดหย่อนได้ตามที่กฎหมายกำหนด ภาษีเงินได้นิติบุคคล หากจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล จะต้องเสียภาษีเงินได้จากกำไรสุทธิของกิจการกำไรสุทธิคำนวณจากรายได้ทั้งหมดหักด้วยค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับกิจการตามที่กฎหมายกำหนดอัตราภาษีจะขึ้นอยู่กับระดับของกำไรสุทธิ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในกรณีที่ผู้ประกอบการมีรายได้จากการขายทองคำหรือบริการเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด จะต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ซื้อและผู้ประกอบการจะต้องนำส่งให้กรมสรรพากร สินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับทองคำ เช่น การขายทองรูปพรรณใหม่ การหลอมทองเก่า จะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นต้น การเรียกเก็บ VATผู้ประกอบการร้านทองต้องเรียกเก็บ VAT จากผู้ซื้อในอัตรากำหนด สินค้าที่ต้องเสีย VATได้แก่ ทองรูปพรรณใหม่ ค่ากำเหน็จ ค่าหลอมทองเก่า ภาษีธุรกิจเฉพาะ หากในบางกรณี เช่น การรับจำนำ การให้กู้ยืมเงิน…

ผู้ประกอบการ ธุรกิจออนไลน์ ต้องเสียภาษีอะไรบ้าง? สรุปง่ายกับ etaxeasy

ผู้ประกอบการ ธุรกิจออนไลน์ ต้องเสียภาษีอะไรบ้าง ในยุคที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ และเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของผู้คน นับเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกาย สื่อโซเชียลมีเดียก็กลายเป็นเครื่องมือที่ขาดไม่ได้สำหรับทั้งบุคคลทั่วไปและธุรกิจต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ ธุรกิจออนไลน์ สื่อโซเชียลมีเดียไม่ได้เป็นเพียงแค่ช่องทางในการสื่อสารและแบ่งปันข้อมูลอีกต่อไป แต่ยังเป็นแพลตฟอร์มที่ทรงพลังในการสร้างแบรนด์ สร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ประกอบการกับลูกค้าได้เป็นอย่างดี และช่วยให้การขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตไปในทิศทางที่ยั่งยืนมั่นคงอีกด้วย บทบาทสำคัญของสื่อโซเชียลมีเดียต่อ ธุรกิจออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ ช่องทางการสื่อสารที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายและสื่อโซเชียลมีเดียช่วยให้ธุรกิจสามารถสื่อสารกับลูกค้าได้โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการตอบคำถาม แนะนำสินค้า หรือบริการ รวมถึงการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้า สร้างแบรนด์และภาพลักษณ์ของธุรกิจสามารถสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักและจดจำได้ผ่านการโพสต์เนื้อหาที่น่าสนใจ สร้างสรรค์ และสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย เพิ่มยอดขายและสร้างรายได้ในส่วนของสื่อโซเชียลมีเดียเป็นช่องทางในการโปรโมตสินค้าและบริการ ทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงข้อมูลและตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น วิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค สื่อโซเชียลมีเดียมีเครื่องมือที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถวิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้าได้อย่างละเอียด ทำให้สามารถปรับกลยุทธ์ทางการตลาดให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันทางธุรกิจที่ใช้สื่อโซเชียลมีเดียอย่างมีประสิทธิภาพจะสามารถสร้างความแตกต่างและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันกับคู่แข่งได้ “สื่อโซเชียลมีเดียมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจออนไลน์ให้เติบโตและประสบความสำเร็จ ธุรกิจที่ต้องการประสบความสำเร็จในยุคดิจิทัลจึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการใช้สื่อโซเชียลมีเดียอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการวางแผนกลยุทธ์ที่ชัดเจน สร้างเนื้อหาที่น่าสนใจ และติดตามผลการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ” “แต่อย่าลืมนะคะว่าการประกอบธุรกิจ ไม่ว่าจะอยู่ในช่องทางไหนทุกๆธุรกิจที่มีเงินได้ทุกประเภทย่อมมีหน้าที่ในการรับภาระหน้าที่ในการเสียภาษีจำเป็นต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีในทุกๆเดือน ตามกฎของกรมสรรพากรที่ได้กำหนดไว้ในเงินได้แต่ละเภทนั้นๆ” ธุรกิจออนไลน์จะต้องเสียภาษี 2 ประเภทหลัก คือ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เป็นภาษีที่บุคคลธรรมดาต้องเสียจากเงินได้ทุกประเภท รวมถึงเงินได้จากการขายสินค้าหรือบริการออนไลน์ด้วย โดยอัตราภาษีจะขึ้นอยู่กับจำนวนเงินได้ที่ได้รับในแต่ละปี ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) หากมีรายได้จากการขายสินค้าหรือบริการเกิน 1,800,000 บาทต่อปี จะต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7…

อยากเป็นเจ้าของธุรกิจต้องรู้เรื่องภาษีอะไรบ้าง

ภาษีธุรกิจ อยากเป็นเจ้าของธุรกิจต้องรู้เรื่องภาษีอะไรบ้าง การเริ่มต้นธุรกิจเป็นความฝันของหลายๆ คน แต่จะประสบความสำเร็จได้นั้น ไม่ใช่แค่เพียงไอเดียที่ดีและความมุ่งมั่นเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความเข้าใจในกฎหมายและภาษีที่เกี่ยวข้องด้วย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน การเป็นเจ้าของกิจการนั้นมาพร้อมกับความรับผิดชอบมากมาย หลายๆ เรื่อง ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการทุกคนต้องให้ความสำคัญ หากคุณกำลังวางแผนที่จะเปิดธุรกิจ หรือกำลังดำเนินธุรกิจอยู่แล้ว บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจเรื่องภาษีที่จำเป็นสำหรับผู้ประกอบการได้ดียิ่งขึ้น หากคุณอยากเป็นเจ้าของธุรกิจ ต้องรู้ภาษีอะไรบ้าง กับ ภาษีธุรกิจ ที่คุณต้องรู้ ทำไมผู้ประกอบการต้องรู้เรื่องภาษี? การทำธุรกิจไม่ใช่แค่เรื่องของการสร้างรายได้เท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับภาระทางภาษีที่ต้องปฏิบัติตาม ซึ่งหากไม่เข้าใจเรื่องภาษี อาจนำไปสู่ปัญหาต่างๆ เช่น การถูกปรับ หรือการต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ดังนั้น การมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเรื่องของภาษีจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการทุกคน ภาษีธุรกิจ ที่ผู้ประกอบการควรทราบ ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีเงินได้นิติบุคคลหากคุณจดทะเบียนธุรกิจเป็นนิติบุคคล เช่น บริษัทจำกัด คุณต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรสุทธิของธุรกิจ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ภาษีจากการซื้อขายสินค้าหรือบริการ หากธุรกิจของคุณมีรายได้เกินเกณฑ์ที่กำหนด คุณต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและเรียกเก็บภาษีจากลูกค้า ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ภาษีที่หักจากเงินได้ที่จ่ายให้บุคคลอื่น เช่น ค่าจ้าง ค่าบริการ คุณต้องหักภาษี…

ทำไมผู้ประกอบการบางรายถึงโดนภาษีย้อนหลัง?

ทำไมผู้ประกอบการบางรายถึงโดน ภาษีย้อนหลัง ? ถ้าให้พูดถึงปัญหาที่ผู้ประกอบการไม่อยากเจอมากที่สุด ก็คงเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากการโดน ภาษีย้อนหลัง นั่นเองค่ะ แต่จะว่าไป ทำไมผู้ประกอบการบางรายถึงโดนภาษีย้อนหลัง? การโดนเรียกเก็บภาษีย้อนหลังเป็นเรื่องที่สร้างความกังวลให้กับผู้ประกอบการไม่น้อย เพราะนอกจากจะต้องชำระภาษีที่ค้างชำระแล้ว ยังอาจมีค่าปรับและดอกเบี้ยตามมาอีกด้วย ดังนั้น การทำความเข้าใจถึงสาเหตุที่ทำให้โดนภาษีย้อนหลัง จะช่วยให้คุณสามารถวางแผนและป้องกันปัญหาเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สาเหตุหลักที่ทำให้โดนภาษีย้อนหลัง โดยสาเหตุหลัก ๆ คือการการหลีกเลี่ยงการจ่ายภาษี ไม่แสดงรายได้ และการจ่ายภาษีไม่ถูกต้องตามความเป็นจริง ซึ่งทำให้ถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง นอกจากผู้ประกอบการแล้วในนามของบุคคลธรรมดาก็เช่นกัน ซึ่งหากมีการตรวจพบถึงความผิดปกติว่ามีการเงินไม่ถูกต้อง ก็ต้องมีการตรวจสอบ ท้ายที่สุดก็ต้องโดนภาษี้ยอนหลังนั่นเองค่ะ นอกจากสาเหตุข้างต้นก็จะมีสาเหตุหลัก ๆ ดังนี้ค่ะ การจดบันทึกบัญชีไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน เช่น การจดบันทึกบัญชีที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดปัญหาภาษีย้อนหลัง เพราะเมื่อสรรพากรเข้ามาตรวจสอบ หากพบว่าข้อมูลในบัญชีไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง ก็อาจนำไปสู่การปรับปรุงบัญชีและเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมได้ การแสดงรายได้ไม่ครบถ้วนหรือการจงใจหรือไม่จงใจที่จะไม่แสดงรายได้ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในรอบปีภาษี ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้โดนภาษีย้อนหลัง สรรพากรมีวิธีการตรวจสอบรายได้ของผู้ประกอบการหลายวิธี เช่น การตรวจสอบบัญชีธนาคาร การสอบถามลูกค้า หรือการเปรียบเทียบรายได้กับผู้ประกอบการในลักษณะเดียวกัน การใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีผิดประเภทหรือเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เช่น การใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเป็นเรื่องที่ต้องศึกษาและทำความเข้าใจอย่างละเอียด หากใช้สิทธิประโยชน์ผิดประเภทหรือเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ก็อาจถูกสรรพากรเพิกถอนสิทธิประโยชน์และเรียกเก็บภาษีย้อนหลังได้ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างธุรกิจ เช่น การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างธุรกิจ เช่น การควบรวมกิจการ การแบ่งแยกกิจการ หรือการโอนทรัพย์สิน…

ภาษี e-Service แพตฟอร์ดิจิทัลต่างชาติ คืออะไร? ใครต้องจ่าย?

ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น การทำธุรกรรมต่างๆหรือการซื้อขายสินค้าและบริการผ่านช่องทางสื่อออนไลน์ก็กลายเป็นเรื่องที่ปกติไปแล้ว ซึ่งรวมถึงการซื้อสินค้าและบริการต่างๆ จากต่างประเทศผ่านแพลตฟอร์มสื่อออนไลน์ต่างๆ เช่น Netflix, Spotify, หรือ Shopee เป็นต้น แต่คุณรู้หรือไม่ว่า การใช้บริการเหล่านี้ก็มีภาษีที่ต้องเสียเช่นกัน นั่นคือ ภาษี e-Service กฎหมาย e-Service ออกมาเพื่อจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จากผู้ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ต่างชาติ (e-Service) โดยกฎหมายฉบับนี้จะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 กันยายน 2564 เป็นต้นไป (พระราชบัญญัติแก้ไขประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 53) พ.ศ.2564) สารบัญ ภาษี e-Service คืออะไร? ทำไมต้องเก็บภาษี e-Service ใครต้องเสียภาษี e-Service บริการใดบ้างที่ถูกบังคับใช้ ผู้ประกอบการต่างชาติที่อยู่ในบังคับกฎหมายฉบับนี้ต้องทำอย่างไร? แล้วประเทศอื่นมีกฎหมายลักษณะนี้ไหม? ตารางการนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มทางกฎหมาย e-Service เมื่อเก็บ e-Service Tax แล้วเกิดอะไรขึ้นบ้าง? ภาษี e-Service คืออะไร? e-Service Tax หรือ ภาษีบริการทางอิเล็กทรอนิกส์ เป็นภาษีที่จัดเก็บจากการซื้อสินค้าและบริการทางอิเล็กทรอนิกส์…

ช่วงเวลาในการยื่นภาษีแต่ละประเภท

การยื่นภาษี คือ? การยื่นภาษีเป็นหน้าที่ของผู้มีรายได้ทุกคน เพื่อให้การยื่นภาษีเป็นไปอย่างถูกต้องและทันเวลา ผู้ที่ต้องยื่นภาษีในแต่ละประเภท จำเป็นต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับช่วงเวลาในการยื่นภาษีแต่ละประเภทให้ชัดเจน ช่วงเวลาในการยื่นภาษีให้ถูกต้อง ล้วนเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการวางแผนภาษีและการหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมาย การยื่นภาษีล่าช้าอาจส่งผลให้ต้องเสียค่าปรับและดอกเบี้ยตามที่กฎหมายกำหนด ดังนั้น เพื่อให้ผู้เสียภาษีสามารถวางแผนการยื่นภาษีได้ง่ายและถูกต้องและเข้าใจช่วงเวลาในการยื่นภาษีแต่ละประเภทได้ดียิ่งขึ้น เราจะมาสรุปสั้นให้ฟังค่ะว่า ช่วงเวลาในการยื่นภาษีแต่ละประเภท มีความแตกต่างกันและมีความสำคัญอย่างไร ทำไมช่วงเวลาในการยื่นภาษีจึงสำคัญ หลีกเลี่ยงค่าปรับที่เกิดจากการยื่นภาษีล่าช้าอาจทำให้ต้องเสียค่าปรับ วางแผนทางการเงินเพื่อให้ผู้สียภาษีรู้กำหนดเวลาในการยื่นภาษี ช่วยให้คุณวางแผนการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ สิทธิประโยชน์ทางภาษีในการยื่นภาษีตรงตามกำหนด อาจทำให้คุณได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีต่างๆ ปัจจัยที่ส่งผลต่อช่วงเวลาในการยื่นภาษี ประเภทของภาษีแต่ละประเภทของภาษีจะมีกำหนดเวลาในการยื่นที่แตกต่างกัน เช่น ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ เป็นต้น รอบระยะเวลาบัญชีสำหรับนิติบุคคล กำหนดเวลาในการยื่นภาษีจะขึ้นอยู่กับรอบระยะเวลาบัญชีที่บริษัทกำหนด การขยายเวลาในบางกรณี กรมสรรพากรอาจมีการประกาศขยายเวลาในการยื่นภาษีออกไป เนื่องจากเหตุจำเป็น เช่น ภัยธรรมชาติ หรือสถานการณ์ฉุกเฉิน ช่วงเวลาในการยื่นภาษีแต่ละประเภท การยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แบบฯ กำหนดเวลาในการยื่นแบบฯ หมายเหตุ ภ.ง.ด.90 ม.ค. – มี.ค. ของปีถัดไป ใช้เสียภาษีเงินได้ประจําปีสําหรับผู้มีเงินได้พึงประเมินตาม มาตรา 40(2)-(8) แห่งประมวลรัษฎากรหรือมีเงินได้ฯ ตาม มาตรา 40(1) และ มาตรา…

ประเภทของอัตราภาษีเงินได้

อัตราภาษีเงินได้บุคลลธรรมดาแต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร? ประเภทของอัตราภาษีเงินได้ ภาษีเงินได้ เป็นหนึ่งในภาษีที่คนทำงานส่วนใหญ่ต้องพบเจอ และเป็นเรื่องที่หลายคนอาจรู้สึกสับสนและอยากเข้าใจให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเรื่องอัตราภาษีและวิธีการคำนวณเงินได้บุคคลธรรมดา บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับอัตราภาษีเงินได้ในแต่ละประเภท พร้อมตารางเปรียบเทียบที่เข้าใจง่าย และแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้คุณสามารถวางแผนภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภาษีเงินได้คืออะไร? ภาษีเงินได้ คือ ภาษีที่รัฐบาลเรียกเก็บจากบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลที่มีรายได้ ซึ่งรายได้นี้สามารถเกิดจากการทำงาน การประกอบธุรกิจ การลงทุน หรือการได้รับทรัพย์สินอื่นๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำรายได้ที่ได้ไปใช้ในการพัฒนาประเทศ อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในประเทศไทยจะมีการปรับเปลี่ยนอยู่เสมอ ข้อมูลล่าสุดและถูกต้องที่สุด สามารถตรวจสอบได้จาก เว็บไซต์กรมสรรพากร หรือ หน่วยงานภาษีที่เกี่ยวข้อง โดยทั่วไป อัตราภาษีจะแบ่งเป็นขั้นบันได ตามระดับของเงินได้ที่ได้รับ ซึ่งหมายความว่า ยิ่งมีรายได้สูง อัตราภาษีก็จะสูงขึ้นตามไปด้วยค่ะ ประเภทของอัตราภาษีเงินได้ อัตราภาษีเงินได้จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับประเภทของเงินได้ และจำนวนเงินได้ที่ได้รับ โดยทั่วไปจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักคือ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา: คือ ภาษีที่เรียกเก็บจากบุคคลทั่วไป เช่น พนักงานบริษัท ผู้ประกอบอาชีพอิสระ เจ้าของกิจการ หรือ นักลงทุน  ภาษีเงินได้นิติบุคคล: คือ ภาษีที่เรียกเก็บจากนิติบุคคล เช่น บริษัทมหาชน จำกัด บริษัท หรือ ห้างหุ้นส่วน…

e-Billing คืออะไร? ใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์ต่างจากแบบกระดาษมั้ย?

e-billing คืออะไร? “ e-billing คืออะไร? การก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลมีหลายอย่างต้องเรียนรู้สำหรับคนทำธุรกิจหรือแม้แต่ผู้บริโภคเอง เพราะเทคโนโลยีพัฒนาอย่างงรวดเร็ว ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์เดิมๆ ของเราสู่วิถีใหม่ที่ต้องเรียนรู้และมีการปรับตัวให้เข้ากับบริบทที่มีการเปลี่ยนแปลง ” e-billing (ใบเเจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์) e-billing ย่อมาจาก electronic billing หมายถึง ระบบการออกใบแจ้งหนี้แบบอิเล็กทรอนิกส์ คือการออกเอกสารในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์แทนที่ใบแจ้งหนี้แบบกระดาษ โดยผู้ขายจะออกใบแจ้งหนี้แบบอิเล็กทรอนิกส์ส่งให้ผู้ซื้อผ่านช่องทางอีเมล หรือช่องทางออนไลน์อื่นๆ เเละแทนการส่งใบแจ้งหนี้แบบกระดาษทางไปรษณีย์หรือส่งมอบด้วยมือ เป็นต้น ผู้ประกอบการใช้เพื่อทดแทนใบแจ้งหนี้แบบกระดาษ ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความสะดวกในการทำธุรกรรมทางธุรกิจมากขึ้น ช่วยลดขั้นตอนการทำงานและเพิ่มความสะดวกในการจัดเก็บข้อมูลให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย และเป็นไปตามกฎหมายที่กำหนดไว้ ร่วมทั้งช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน ประโยชน์ของ e-billing มีอะไรบ้าง? ผู้ขายสามารถออกใบแจ้งหนี้และส่งให้ลูกค้าทางออนไลน์ได้ง่ายดาย ลูกค้าก็สามารถดูและชำระเงินผ่านระบบออนไลน์ได้เช่นกัน สร้างความสะดวกให้กับทั้งเจ้าของกิจการและผู้ใช้บริการ และในการทำงานได้อย่างมากและยังช่วยควบคุมงบประมาณในการใช้จ่ายภายในองค์กรได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น อาทิ เช่น ช่วยให้กระบวนการออกใบแจ้งหนี้และชำระเงินรวดเร็วขึ้นประหยัดเวลาในการส่งและรับใบแจ้งหนี้ สะดวกทั้งผู้ประกอบการและผู้ใช้บริการได้เป็นอย่างดี การออกเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ e-billing ยังช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายอุปกรณ์สำนักงานได้ค่อนข้างเยอะอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของค่าใช้จ่าย เช่น ค่ากระดาษ หมึกพิมพ์ และค่าจัดส่ง การออกเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ e-billing ยัง ช่วยลดการใช้กระดาษ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เเละส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้กับทางองค์กร การออกเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ e-billing…

8 ประเภทเงินได้ที่ต้องเสียภาษี มีอะไรบ้าง

8 ประเภทเงินได้ที่ต้องเสียภาษี มีอะไรบ้าง กรณีผู้มีเงินได้ในการประกอบอาชีพมีความแตกต่างกัน และมีความยากง่ายหรือต้นทุนที่ค่อนข้างแตกต่างกัน ในกฎหมายจึงได้แบ่งประเภทเงินได้ออกเป็นกลุ่มๆ เพื่อให้ผู้เสียภาษีได้รับข้อมูลที่ถูกต้องตามความต้องการของผู้เสียภาษี ซึ่งภาษีเงินได้เป็นภาษีที่จัดเก็บจากบุคคลธรรมดาหรือบุคคลผู้ที่มีรายได้ โดยการคำนวณภาษีก็จะแตกต่างกันไป เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น ลองมาดูตารางสรุป 8 ประเภทของภาษีเงินได้กันเลยค่ะว่า แต่ละประเภทเนี้ยมีความแตกต่างกันอย่างไร เงินได้ที่เรารับอยู่ตอนนี้จัดอยู่ในประเภทเงินได้ ประเภทใดกันแน่นะ เงินได้ประเภทที่ 1 เป็นเงินได้ที่จัดอยู่ในหมวดของ พนักงานประจำหรือบุคคลที่รับเงินค่าจ้างจากผู้ว่าจ้าง ไม่ว่าจะเป็นเงินในส่วน เงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส หรือเงินให้สวัสดิการก็ตามที เงินได้ประเภทที่ 2 เป็นเงินได้จัดอยู่ในหมวดของ อาชีพอิสระหรือที่เค้าเรียกกันวันว่า ฟรีแลนซ์ ตามที่เราๆเคยได้ยินกันเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำ หรือจากการรับทำงานให้ เช่น ค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด   เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ ที่ได้จากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำแต่จากการรับทำงานให้นั้น ไม่ว่าหน้าที่หรือตำแหน่งงาน หรืองานที่รับทำให้นั้นจะเป็นการประจำหรือชั่วคราว หรือไม่ก็ตาม ภาษีเงินได้ประเภทที่ 3 เป็นเงินได้จากค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์หรือสิทธิอื่นๆ หรือเป็นเงินได้ที่มีลักษณะ เป็นเงินรายปีอันได้มาจากพินัยกรรม นิติกรรมอย่างอื่น หรือคำพิพากษาของศาล เป็นต้น…

e-Withholding Tax กับการหัก ณ ที่จ่าย

e-withholding tax กับการหัก ณ ที่จ่าย ภาษีหัก ณ ที่จ่าย เปรียบเสมือนกลไกสำคัญในการจัดเก็บภาษีที่ภาครัฐได้กำหนดให้ผู้จ่ายเงินได้ต้องหักจ่ายล่วงหน้า โดยผู้จ่ายเงิน (บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล) มีหน้าที่หักภาษีจากเงินที่จ่ายให้แก่ผู้รับเงิน (บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล) ไม่ว่าจะเป็น พนักงาน ลูกจ้าง ฟรีแลนซ์ ในอัตราที่กำหนดไว้ และนำส่งเงินภาษีที่หักไว้ให้กับทางกรมสรรพากร เป็นต้น ทำไมต้องมีภาษีหัก ณ ที่จ่าย? เพื่อช่วยลดภาระผู้เสียภาษีช่วยให้ผู้เสียภาษีมีเงินเหลือไว้ใช้จ่ายก่อน และไม่ต้องจ่ายภาษีก้อนใหญ่ในคราวเดียวปลายปี เพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีช่วยให้กรมสรรพากรลดการเลี่ยงภาษีและยากต่อการเลี่ยงภาษี เพราะมีกลไกการหักภาษีไว้ก่อน ในส่วนของระบบ e-Withholding Tax เป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากรที่พัฒนาขึ้นเพื่อรองรับในเรื่องของการหักภาษี ณ ที่จ่าย ระบบนี้ช่วยให้ผู้เกี่ยวข้องทั้งฝั่งผู้จ่ายเงินและผู้รับเงินสามารถบริหารจัดการภาษีหัก ณ ที่จ่ายได้ง่าย และยังช่วยในเรื่องของการ ลดค่าใช้จ่ายในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนขององค์กร ด้วยการเปลี่ยนจะการใช้กระดาษแทนที่ด้วยการใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาทำงานโดยมีธนาคารเป็นตัวกลางในการจัดการเกี่ยวเรื่องของการหัก ภาษี ณ ที่จ่าย ลดขั้นตอนในการทำงานไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการจัดเก็บเอกสาร ความถูกต้องของข้อมูลในเอกสาร ดีทั้งการค้นหาได้ง่ายรวดเร็วและยังได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ต่อไปในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีหัก ณ ที่จ่าย ผู้ยื่นก็จะไม่ต้องมานั่งห่วงว่าเอกสารจะสูญหายมั้ยและไม่ต้องรื้อค้นเอกสารให้วุ่นวาย เพราะสามารถค้นหาได้ง่าย โดยค้นหาผ่านเว็ปไซต์ของทางกรมสรรพากร และยังมีสิทธิประโยชน์อีกมากมาย ระบบ e-Withholding…