การวางแผนภาษี เป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการหรือผู้ที่เริ่มทำธุรกิจควรรู้ เพราะการทำธุรกิจไม่ใช่เพียงแค่บริหารต้นทุนกำไรเท่านั้น แต่ต้องมีความรู้เรื่อง ‘ภาษี’ ด้วย
เรื่องภาษีที่ผู้ประกอบการร้านทองควรรู้ การประกอบธุรกิจร้านทองนั้นเกี่ยวข้องกับภาษีหลายประเภท ผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้องและวางแผนภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น วันนี้เราจะมาเจาะลึกถึง “เรื่องภาษีที่ผู้ประกอบการร้านทองควรรู้” ว่า ประเภทภาษีนั้นสำคัญอย่างไรและมีอะไรบ้าง? ภาษีที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจร้านทอง ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เงินได้จากการประกอบธุรกิจโดยผู้ประกอบการร้านทองจะต้องนำรายได้จากการขายทองรูปพรรณ ค่ากำเหน็จ ค่าหลอมทองเก่า มาคำนวณภาษีเงินได้ และ สามารถนำมาหักค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจได้ เช่น ค่าเช่า ค่าจ้าง ค่าซื้อทองคำ ฯลฯ อัตราภาษีจะขึ้นอยู่กับฐานภาษีที่คำนวณได้ หากในกรณีหากผู้ประกอบการเป็นบุคคลธรรมดา จะต้องเสียภาษีเงินได้จากกำไรที่ได้จากการขายทองคำ โดยมีค่าใช้จ่ายที่สามารถนำไปหักลดหย่อนได้ตามที่กฎหมายกำหนด ภาษีเงินได้นิติบุคคล หากจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล จะต้องเสียภาษีเงินได้จากกำไรสุทธิของกิจการกำไรสุทธิคำนวณจากรายได้ทั้งหมดหักด้วยค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับกิจการตามที่กฎหมายกำหนดอัตราภาษีจะขึ้นอยู่กับระดับของกำไรสุทธิ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในกรณีที่ผู้ประกอบการมีรายได้จากการขายทองคำหรือบริการเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด จะต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ซื้อและผู้ประกอบการจะต้องนำส่งให้กรมสรรพากร สินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับทองคำ เช่น การขายทองรูปพรรณใหม่ การหลอมทองเก่า จะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นต้น การเรียกเก็บ VATผู้ประกอบการร้านทองต้องเรียกเก็บ VAT จากผู้ซื้อในอัตรากำหนด สินค้าที่ต้องเสีย VATได้แก่ ทองรูปพรรณใหม่ ค่ากำเหน็จ ค่าหลอมทองเก่า ภาษีธุรกิจเฉพาะ หากในบางกรณี เช่น การรับจำนำ การให้กู้ยืมเงิน…
ผู้ประกอบการ ธุรกิจออนไลน์ ต้องเสียภาษีอะไรบ้าง ในยุคที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ และเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของผู้คน นับเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกาย สื่อโซเชียลมีเดียก็กลายเป็นเครื่องมือที่ขาดไม่ได้สำหรับทั้งบุคคลทั่วไปและธุรกิจต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ ธุรกิจออนไลน์ สื่อโซเชียลมีเดียไม่ได้เป็นเพียงแค่ช่องทางในการสื่อสารและแบ่งปันข้อมูลอีกต่อไป แต่ยังเป็นแพลตฟอร์มที่ทรงพลังในการสร้างแบรนด์ สร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ประกอบการกับลูกค้าได้เป็นอย่างดี และช่วยให้การขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตไปในทิศทางที่ยั่งยืนมั่นคงอีกด้วย บทบาทสำคัญของสื่อโซเชียลมีเดียต่อ ธุรกิจออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ ช่องทางการสื่อสารที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายและสื่อโซเชียลมีเดียช่วยให้ธุรกิจสามารถสื่อสารกับลูกค้าได้โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการตอบคำถาม แนะนำสินค้า หรือบริการ รวมถึงการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้า สร้างแบรนด์และภาพลักษณ์ของธุรกิจสามารถสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักและจดจำได้ผ่านการโพสต์เนื้อหาที่น่าสนใจ สร้างสรรค์ และสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย เพิ่มยอดขายและสร้างรายได้ในส่วนของสื่อโซเชียลมีเดียเป็นช่องทางในการโปรโมตสินค้าและบริการ ทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงข้อมูลและตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น วิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค สื่อโซเชียลมีเดียมีเครื่องมือที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถวิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้าได้อย่างละเอียด ทำให้สามารถปรับกลยุทธ์ทางการตลาดให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันทางธุรกิจที่ใช้สื่อโซเชียลมีเดียอย่างมีประสิทธิภาพจะสามารถสร้างความแตกต่างและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันกับคู่แข่งได้ “สื่อโซเชียลมีเดียมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจออนไลน์ให้เติบโตและประสบความสำเร็จ ธุรกิจที่ต้องการประสบความสำเร็จในยุคดิจิทัลจึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการใช้สื่อโซเชียลมีเดียอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการวางแผนกลยุทธ์ที่ชัดเจน สร้างเนื้อหาที่น่าสนใจ และติดตามผลการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ” “แต่อย่าลืมนะคะว่าการประกอบธุรกิจ ไม่ว่าจะอยู่ในช่องทางไหนทุกๆธุรกิจที่มีเงินได้ทุกประเภทย่อมมีหน้าที่ในการรับภาระหน้าที่ในการเสียภาษีจำเป็นต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีในทุกๆเดือน ตามกฎของกรมสรรพากรที่ได้กำหนดไว้ในเงินได้แต่ละเภทนั้นๆ” ธุรกิจออนไลน์จะต้องเสียภาษี 2 ประเภทหลัก คือ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เป็นภาษีที่บุคคลธรรมดาต้องเสียจากเงินได้ทุกประเภท รวมถึงเงินได้จากการขายสินค้าหรือบริการออนไลน์ด้วย โดยอัตราภาษีจะขึ้นอยู่กับจำนวนเงินได้ที่ได้รับในแต่ละปี ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) หากมีรายได้จากการขายสินค้าหรือบริการเกิน 1,800,000 บาทต่อปี จะต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7…
ภาษีธุรกิจ อยากเป็นเจ้าของธุรกิจต้องรู้เรื่องภาษีอะไรบ้าง การเริ่มต้นธุรกิจเป็นความฝันของหลายๆ คน แต่จะประสบความสำเร็จได้นั้น ไม่ใช่แค่เพียงไอเดียที่ดีและความมุ่งมั่นเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความเข้าใจในกฎหมายและภาษีที่เกี่ยวข้องด้วย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน การเป็นเจ้าของกิจการนั้นมาพร้อมกับความรับผิดชอบมากมาย หลายๆ เรื่อง ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการทุกคนต้องให้ความสำคัญ หากคุณกำลังวางแผนที่จะเปิดธุรกิจ หรือกำลังดำเนินธุรกิจอยู่แล้ว บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจเรื่องภาษีที่จำเป็นสำหรับผู้ประกอบการได้ดียิ่งขึ้น หากคุณอยากเป็นเจ้าของธุรกิจ ต้องรู้ภาษีอะไรบ้าง กับ ภาษีธุรกิจ ที่คุณต้องรู้ ทำไมผู้ประกอบการต้องรู้เรื่องภาษี? การทำธุรกิจไม่ใช่แค่เรื่องของการสร้างรายได้เท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับภาระทางภาษีที่ต้องปฏิบัติตาม ซึ่งหากไม่เข้าใจเรื่องภาษี อาจนำไปสู่ปัญหาต่างๆ เช่น การถูกปรับ หรือการต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ดังนั้น การมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเรื่องของภาษีจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการทุกคน ภาษีธุรกิจ ที่ผู้ประกอบการควรทราบ ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีเงินได้นิติบุคคลหากคุณจดทะเบียนธุรกิจเป็นนิติบุคคล เช่น บริษัทจำกัด คุณต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรสุทธิของธุรกิจ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ภาษีจากการซื้อขายสินค้าหรือบริการ หากธุรกิจของคุณมีรายได้เกินเกณฑ์ที่กำหนด คุณต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและเรียกเก็บภาษีจากลูกค้า ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ภาษีที่หักจากเงินได้ที่จ่ายให้บุคคลอื่น เช่น ค่าจ้าง ค่าบริการ คุณต้องหักภาษี…
ทำไมผู้ประกอบการบางรายถึงโดน ภาษีย้อนหลัง ? ถ้าให้พูดถึงปัญหาที่ผู้ประกอบการไม่อยากเจอมากที่สุด ก็คงเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากการโดน ภาษีย้อนหลัง นั่นเองค่ะ แต่จะว่าไป ทำไมผู้ประกอบการบางรายถึงโดนภาษีย้อนหลัง? การโดนเรียกเก็บภาษีย้อนหลังเป็นเรื่องที่สร้างความกังวลให้กับผู้ประกอบการไม่น้อย เพราะนอกจากจะต้องชำระภาษีที่ค้างชำระแล้ว ยังอาจมีค่าปรับและดอกเบี้ยตามมาอีกด้วย ดังนั้น การทำความเข้าใจถึงสาเหตุที่ทำให้โดนภาษีย้อนหลัง จะช่วยให้คุณสามารถวางแผนและป้องกันปัญหาเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สาเหตุหลักที่ทำให้โดนภาษีย้อนหลัง โดยสาเหตุหลัก ๆ คือการการหลีกเลี่ยงการจ่ายภาษี ไม่แสดงรายได้ และการจ่ายภาษีไม่ถูกต้องตามความเป็นจริง ซึ่งทำให้ถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง นอกจากผู้ประกอบการแล้วในนามของบุคคลธรรมดาก็เช่นกัน ซึ่งหากมีการตรวจพบถึงความผิดปกติว่ามีการเงินไม่ถูกต้อง ก็ต้องมีการตรวจสอบ ท้ายที่สุดก็ต้องโดนภาษี้ยอนหลังนั่นเองค่ะ นอกจากสาเหตุข้างต้นก็จะมีสาเหตุหลัก ๆ ดังนี้ค่ะ การจดบันทึกบัญชีไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน เช่น การจดบันทึกบัญชีที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดปัญหาภาษีย้อนหลัง เพราะเมื่อสรรพากรเข้ามาตรวจสอบ หากพบว่าข้อมูลในบัญชีไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง ก็อาจนำไปสู่การปรับปรุงบัญชีและเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมได้ การแสดงรายได้ไม่ครบถ้วนหรือการจงใจหรือไม่จงใจที่จะไม่แสดงรายได้ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในรอบปีภาษี ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้โดนภาษีย้อนหลัง สรรพากรมีวิธีการตรวจสอบรายได้ของผู้ประกอบการหลายวิธี เช่น การตรวจสอบบัญชีธนาคาร การสอบถามลูกค้า หรือการเปรียบเทียบรายได้กับผู้ประกอบการในลักษณะเดียวกัน การใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีผิดประเภทหรือเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เช่น การใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเป็นเรื่องที่ต้องศึกษาและทำความเข้าใจอย่างละเอียด หากใช้สิทธิประโยชน์ผิดประเภทหรือเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ก็อาจถูกสรรพากรเพิกถอนสิทธิประโยชน์และเรียกเก็บภาษีย้อนหลังได้ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างธุรกิจ เช่น การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างธุรกิจ เช่น การควบรวมกิจการ การแบ่งแยกกิจการ หรือการโอนทรัพย์สิน…
ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น การทำธุรกรรมต่างๆหรือการซื้อขายสินค้าและบริการผ่านช่องทางสื่อออนไลน์ก็กลายเป็นเรื่องที่ปกติไปแล้ว ซึ่งรวมถึงการซื้อสินค้าและบริการต่างๆ จากต่างประเทศผ่านแพลตฟอร์มสื่อออนไลน์ต่างๆ เช่น Netflix, Spotify, หรือ Shopee เป็นต้น แต่คุณรู้หรือไม่ว่า การใช้บริการเหล่านี้ก็มีภาษีที่ต้องเสียเช่นกัน นั่นคือ ภาษี e-Service กฎหมาย e-Service ออกมาเพื่อจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จากผู้ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ต่างชาติ (e-Service) โดยกฎหมายฉบับนี้จะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 กันยายน 2564 เป็นต้นไป (พระราชบัญญัติแก้ไขประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 53) พ.ศ.2564) สารบัญ ภาษี e-Service คืออะไร? ทำไมต้องเก็บภาษี e-Service ใครต้องเสียภาษี e-Service บริการใดบ้างที่ถูกบังคับใช้ ผู้ประกอบการต่างชาติที่อยู่ในบังคับกฎหมายฉบับนี้ต้องทำอย่างไร? แล้วประเทศอื่นมีกฎหมายลักษณะนี้ไหม? ตารางการนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มทางกฎหมาย e-Service เมื่อเก็บ e-Service Tax แล้วเกิดอะไรขึ้นบ้าง? ภาษี e-Service คืออะไร? e-Service Tax หรือ ภาษีบริการทางอิเล็กทรอนิกส์ เป็นภาษีที่จัดเก็บจากการซื้อสินค้าและบริการทางอิเล็กทรอนิกส์…

e-withholding tax กับการหัก ณ ที่จ่าย ภาษีหัก ณ ที่จ่าย เปรียบเสมือนกลไกสำคัญในการจัดเก็บภาษีที่ภาครัฐได้กำหนดให้ผู้จ่ายเงินได้ต้องหักจ่ายล่วงหน้า โดยผู้จ่ายเงิน (บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล) มีหน้าที่หักภาษีจากเงินที่จ่ายให้แก่ผู้รับเงิน (บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล) ไม่ว่าจะเป็น พนักงาน ลูกจ้าง ฟรีแลนซ์ ในอัตราที่กำหนดไว้ และนำส่งเงินภาษีที่หักไว้ให้กับทางกรมสรรพากร เป็นต้น ทำไมต้องมีภาษีหัก ณ ที่จ่าย? เพื่อช่วยลดภาระผู้เสียภาษีช่วยให้ผู้เสียภาษีมีเงินเหลือไว้ใช้จ่ายก่อน และไม่ต้องจ่ายภาษีก้อนใหญ่ในคราวเดียวปลายปี เพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีช่วยให้กรมสรรพากรลดการเลี่ยงภาษีและยากต่อการเลี่ยงภาษี เพราะมีกลไกการหักภาษีไว้ก่อน ในส่วนของระบบ e-Withholding Tax เป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากรที่พัฒนาขึ้นเพื่อรองรับในเรื่องของการหักภาษี ณ ที่จ่าย ระบบนี้ช่วยให้ผู้เกี่ยวข้องทั้งฝั่งผู้จ่ายเงินและผู้รับเงินสามารถบริหารจัดการภาษีหัก ณ ที่จ่ายได้ง่าย และยังช่วยในเรื่องของการ ลดค่าใช้จ่ายในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนขององค์กร ด้วยการเปลี่ยนจะการใช้กระดาษแทนที่ด้วยการใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาทำงานโดยมีธนาคารเป็นตัวกลางในการจัดการเกี่ยวเรื่องของการหัก ภาษี ณ ที่จ่าย ลดขั้นตอนในการทำงานไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการจัดเก็บเอกสาร ความถูกต้องของข้อมูลในเอกสาร ดีทั้งการค้นหาได้ง่ายรวดเร็วและยังได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ต่อไปในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีหัก ณ ที่จ่าย ผู้ยื่นก็จะไม่ต้องมานั่งห่วงว่าเอกสารจะสูญหายมั้ยและไม่ต้องรื้อค้นเอกสารให้วุ่นวาย เพราะสามารถค้นหาได้ง่าย โดยค้นหาผ่านเว็ปไซต์ของทางกรมสรรพากร และยังมีสิทธิประโยชน์อีกมากมาย ระบบ e-Withholding…
การจัดเก็บภาษี (e-commerce) ในยุคดิจิทัลปัจจุบัน การทำธุรกิจเกี่ยวกับการซื้อขายสินค้าและบริการผ่านช่องทางออนไลน์ (e-commerce) มีมูลค่าการซื้อขายเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ทำให้ธุรกิจมีการแข่งขันกันเพื่อสร้างมูลค่าให้กับธุรกิจ และ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยการ เสนอขายและนำส่งสินค้าให้กับทางลูกค้าได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้กรมสรรพากรต้องปรับระบบการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้สอดคล้องกับรูปแบบธุรกิจใหม่นี้ โดยหลักการทั่วไปเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากธุรกิจ e-commerce มีดังนี้ 1. ใครต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ผู้ประกอบการ e-commerce ที่มีรายได้จากการขายสินค้าหรือบริการผ่านช่องทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าที่จับต้องได้หรือสินค้าดิจิทัล ไม่ว่าจะขายผ่านเว็บไซต์ แพลตฟอร์มออนไลน์ หรือโซเชียลมีเดีย ผู้ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ ที่มีรายได้จากการให้บริการแก่ผู้ใช้บริการในประเทศไทย เช่น บริการสตรีมมิ่งเพลง ภาพยนตร์ เกม อีบุ๊ค 2. ประเภทของภาษี ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา: คำนวณจากเงินได้สุทธิ (รายได้ – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน) กรณีเสียภาษีตามวิธีที่ 1: ภาษี = เงินได้สุทธิ x อัตราภาษี กรณีเสียภาษีตามวิธีที่ 2: ภาษี = เงินได้พึงประเมิน…
อาชีพฟรีแลนซ์ต้องเสียภาษีอะไรบ้าง? อาจจะยังมีหลายคนสงสัยว่าบุคคลที่ทำ อาชีพฟรีแลนซ์ต้องเสียภาษีอะไรบ้าง? ถ้าเสียภาษีแล้วประเภทภาษีของอาชีพฟรีมีอะไรบ้าง? ในฐานะฟรีแลนซ์ คุณมีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เช่นเดียวกับผู้มีรายได้ประจำทั่วไป โดยเงินได้ของคุณจะจัดอยู่ใน “เงินได้ประเภทที่ 2 ตามประมวลรัษฎากร หรือ “เงินได้มาตรา 40 (2)” ถ้าขึ้นชื่อว่าเป็นประชาชนคนไทยและมีรายได้ ทุกคนต้องมีหน้าที่เสียภาษีให้กับประเทศชาติ ไม่ว่าจะเป็นอาชีพอะไรก็ตาม ฟรีแลนซ์ หรือที่เค้าเรียกกันว่า อาชีพอิสระ เป็นกลุ่มคนทำงานที่มีความยืดหยุ่นสูง เลือกเวลาทำงาน เลือกสถานที่ทำงานเองได้ โดยไม่ต้องสังกัดองค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่การเป็นฟรีแลนซ์นั้น ก็มาพร้อมกับ ภาระหน้าที่ ในการเสียภาษีเช่นเดียวกับอาชีพอื่นๆ ค่ะ สารบัญ ภาษีหลักที่ฟรีแลนซ์ต้องเสียมีอะไรบ้าง? อัตราเงินได้สำหรับฟรีแลนซ์ ยกตัวอย่างในการคำนวณภาษี เอกสารที่ต้องใช้ในการยื่นภาษี ช่องทางการยื่นภาษี ภาษีหลักๆ ที่ฟรีแลนซ์ต้องเสียมีดังนี้ ประเภทภาษี กรณีที่ต้องเสีย อัตราภาษี ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา มีรายได้จากการประกอบอาชีพ ขึ้นอยู่กับเงินได้สุทธิ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) มีรายได้จากการขายสินค้าหรือบริการ เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี หรือ จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ภาษีธุรกิจเฉพาะ ขึ้นอยู่กับประเภทธุรกิจ…
ภาษีธุรกิจเฉพาะ ภาษีนั้นมีหลายประเภท เช่น ภาษีเงินได้นิติบุคคล, ภาษีบุคคลธรรมดา, ภาษีป้าย, ภาษที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง, ภาษีสรรพาสามิต, ภาษีศุลกากร, ภาษีอากรแสตมป์, ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีธุรกิจเฉพาะ โดย ภาษีธุรกิจเฉพาะ นับเป็นอีกหนึ่งภาษีที่มีหน้าที่เรียกเก็บภาษีจากเจ้าของกิจการที่ประกอบธุรกิจตามที่กฎหมายได้กำหนดเอาไว้ ภาษีประเภทนี้มีบทบาทที่สำคัญในการสร้างรายได้ให้กับภาครัฐ และยังช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจนั้นๆประกอบธุรกิจอย่างถูกต้องตามหลักของกฎหมายอีกด้วย ผู้ประกอบการหน้าใหม่หลายๆธุรกิจที่ยังไม่รู้ว่า ภาษีธุรกิจเฉพาะคืออะไร แล้วทาง ผู้ประกอบการต้องเสียภาษีแบบไหน และ มีกิจการประเภทใดบ้าง ประเภทของธุรกิจที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ สามารถแบ่งออกได้ ดังนี้ ประเภทที่ 1: ผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็น การขายสินค้าทั่วไป การบริการ การขนส่ง หรือผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้าง ประเภทที่ 2: ผู้ประกอบการm ธุรกิจธนาคาร ธุรกิจประกันภัย ธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ ประเภทที่ 3: ธุรกิจที่ต้องเสียภาษีในอัตรา 5% ของยอดขาย เช่น ธุรกิจห้างสรรพสินค้า ธุรกิจโรงแรม ธุรกิจสวนสนุก ธุรกิจขายสุรา อัตราภาษีธุรกิจเฉพาะ อัตราภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับแต่ละประเภทธุรกิจจะแตกต่างกันไป ดังนี้ กิจการธนาคาร:…
4 สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับธุรกิจ SMEs ถ้าให้พูดถึงการทำธุรกิจในประเทศไทย นอกจากต้องเผชิญกับความท้าทายด้านการตลาด การแข่งขัน และการจัดการแล้วยังมีภาระหน้าที่สำคัญอีกประการหนึ่ง นั่นคือ การเสียภาษี ภาษีเปรียบเสมือนหลอดเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงประเทศ ช่วยให้รัฐบาลมีรายได้เพื่อนำไปพัฒนาประเทศ แต่สำหรับผู้ประกอบการ ภาษีอาจเป็นภาระค่าใช้จ่ายที่ไม่น้อยเลยทีเดียวอย่างไรก็ตาม ทางภาครัฐยังได้มองเห็นถึงความสำคัญของภาคธุรกิจ จึงได้ออก มาตรการภาษี มากมาย โดยให้ ‘สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับธุรกิจ SMEs’ เป็นสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพื่อนำไปส่งเสริมสนับสนุนให้ธุรกิจเติบโต แข็งแกร่ง และสามารถแข่งขันในเวทีโลกได้ รัฐบาลไม่ได้มีเพียงสิทธิประโยชน์ให้เพียงอย่างเดียว แต่ทางกรมสรรพากรก็ได้มีการพัฒนาระบบ Etax ขึ้นมาเพื่อให้ผู้ประกอบการที่ใช้บริการระบบ Etax ได้มีตัวช่วยในการจัดการเอกสารง่ายขึ้นเพื่อใช้นำไปใช้ในการยื่นภาษีได้อย่างสะดวกสะบายอีกด้วย “รัฐบาลไทยได้ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ประเภทธุรกิจ (SMEs) มาโดยตลอด หนึ่งในมาตรการสำคัญที่รัฐบาลใช้เพื่อสนับสนุน ธุรกิจ SMEs คือ การให้ ‘สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับธุรกิจ SMEs’ ซึ่งเป็นการลดภาระทางการเงินให้กับผู้ประกอบการ SMEs ทำให้มีเงินทุนหมุนเวียนไปใช้ในการขยายธุรกิจได้มากขึ้น” ธุรกิจ (SMEs) มีขนาดกลางและขนาดย่อม มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย รัฐบาลจึงได้ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีต่างๆ เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้ธุรกิจ SMEs เติบโตและไปได้ไกลมากยิ่งขึ้นอีกด้วย ประเภทของสิทธิประโยชน์ทางภาษี สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับธุรกิจ แบ่งออกได้เป็นประเภทหลักๆ ดังนี้ 1.การยกเว้นภาษี และ ลดหย่อนภาษี…