โครงการ ไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (โครงการฯ) เปิดให้ประชาชนและผู้ประกอบการร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ เป็นวันแรก ในวันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2569 โดยมีรายละเอียดการลงทะเบียนประชาชน ประเภทร้านค้า และการลงทะเบียนร้านค้า ดังนี้
การลงทะเบียนสำหรับประชาชน
- เป็นผู้มีสัญชาติไทย
- มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน
- มีบัตรประจำตัวประชาชน
- ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธืหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 1-5 และโครงการคนละครึ่ง พลัส
- ไม่เป็นผู้มีสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 18 พฤษภาคม 2569
- เริ่มลงทะเบียนได้ตั้งแต่ 25 พฤษภาคม ถึงวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 (เวลา 06.00 – 22.00 น.) จนกว่าจะครบจำนวน 30 ล้านคน หรือถึงปิดลงทะเบียนในวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 แล้วแต่เกณฑ์ใดจะถึงก่อน โดย
- ประชาชนผู้ไม่เคยใช้สิทธิโครงการคนละครึ่ง พลัส จะต้องยืนยันสิทธิเพื่อเข้าร่วมโครงการฯ ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”
- ประชาชนผู้ที่เคยใช้สิทธิโครงการคนละครึ่ง พลัส จะต้องลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” โดยเมื่อลงทะเบียนแล้วเสร็จจะได้รับข้อความผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” หรือข้อความสั้น (Short Message Service: SMS) แจ้งยืนยันการได้รับหรือไม่ได้รับสิทธิในโครงการฯ
- สำหรับผู้ที่ไม่เคยมีแอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” ต้องติดตั้งแอปพลิเคชัน ลงทะเบียน และพิสูจน์และยืนยันตัวตนให้เสร็จสิ้นก่อน ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการสวมสิทธิจากผู้ที่ไม่ใช่เจ้าของบัตรประชาชน ผู้ได้รับสิทธิจะต้องทำการพิสูจน์และยืนยันตัวตนตามวิธีการที่โครงการฯ กำหนด โดยผู้ได้รับสิทธิจะต้องดำเนินพิสูจน์ตัวตนด้วยบัตรประจำตัวประชาชนผ่านช่องทางธนาคารกรุงไทย จำกัน (มหาชน) (ธ.กรุงไทยฯ) ได้ที่ สาขา หรือตู้เครื่องรับจ่ายเงินอัตโนมัติ (Aitomatic Teller Machine: ATM) ที่มีสัญลักษณ์ Confirm ID ของ ธ.กรุงไทยฯ ยกเว้น ผู้ที่เคยทำการพิสูจน์ตัวตนด้วยบัตรประจำตัวประชาชนกับโครงการ / มาตรการอื่นของรัญ หรือผ่านช่องทางของ ธ.กรุงไทยฯ มาก่อนแล้ว
ประเภทร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ ได้
ผู้ประกอบการร้านค้า
- เป็นผู้ประกอบการร้านค้าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป ที่มีสัญชาติไทย ที่ไม่ใช่นิติบุคคล หรือร้านค้าธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น (ร้านค้าธงฟ้าฯ) ที่ไม่ใช่นิติบุคคล เว้นแต่เป็นร้านค้าธงฟ้าฯ ของสหกรณ์ตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- ร้านค้าของกองทุนหมู่บ้านหรือกองทุนชุมชนเมืองตามพระราชบัญญัติกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ พ.ศ.2547
- ร้านค้าของวิสาหกิจชุมชนตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ.2548 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- 1) ต้องไม่เป็นร้านค้าที่มีลักษณะเป็นร้านสะดวกซื้อที่เป็นธุรกิจแฟรนไชส์
- 2) ต้องไม่เป็นการประกอบกิจการที่ดำเนินการในลักษะที่ไปรับสินค้าของบุคคลอื่นแล้วนำไปจำหน่ายและนำส่งค่าสินค้าที่จำหน่ายได้ให้แก่บุคคลที่ตนไปรับสินค้ามา โดยได้รับค่าตอบแทนที่คำนวณจากยอดขายสินค้าที่สามารถจำหน่ายได้หรือค่าตอบแทนอื่นใด ทั้งนี้ ไม่รวมถึงการประกอบกิจการที่มีสถานประกอบกิจการ
- 3) ต้องมีการประกอบการที่สามารถตรวจสอบได้
ผู้ประกอบการด้านขนส่งสาธารณะ
- เป็นผู้ประกอบการด้านขนส่งสาธารณะ ที่มีสัญชาติไทยและไม่ใช่นิติบุคคล
- ผู้ประกอบการประเภทรถยนต์รับจ้างบรรทุกผู้โดยสารไม่เกินเต็ดคน (TAXI – METER) รถตู้โดยสารประจำทางที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย รถยนต์สามล้อสาธารณะ รถสองแถวรับจ้าง และรถจักรยานยนต์สาธารณะ ทั้งนี้ ผู้ขับขี่ต้องมีใบขับขี่รถสาธารณะที่ถูกต้องตามกฎหมาย
- ผู้ประกอบการรถรับจ้างขนส่งผู้โดยสารที่สามารถตรวจสอบได้ เช่น สามล้อถีบ เป็นต้น
ผู้ประกอบการด้านขนส่งมวลชนสาธารณะ
- ได้แก่ รถไฟฟ้าในเขตเมือง รถไฟ รถโดยสารประจำทางสาธารณะ รถร่วมบริการที่เข้าร่วมเดินรถกับผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งด้วยรถโดยสารประจำทางและเรือโดยสารสาธารณะ
นิติบุคคลขนาดเล็ก
- เฉพาะที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามมาตรา 68 และงบการเงินตามมาตรา 69 แห่งประมวลรัษฎากร (ภ.ง.ด.50) สำหรับรอบระยะเวลาบัญชี 2567 ซึ่งขายอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป และให้บริการขนส่งสาธารณะ โดยมีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท ตามฐานข้อมูลของกรมสรรพากร ณ วันที่ 30 เมษายน 2569 ทั้งนี้ ผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะจะต้องได้รับใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย
ร้านค้าต้องไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 1 – 5 และโครงการคนละครึ่ง พลัส
- ทั้งนี้ สำหรับผู้ให้บริการนวด สปา ทำเล็บ ทำผม จะไม่สามารถสมัครเข้าร่วมเป็นร้านค้าในโครงการฯ ได้
การลงทะเบียน ไทยช่วยไทยพลัส (60/40) สำหรับร้านค้า
- กรณีเป็นผู้ประกอบการที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พสัส สามารถลงทะเบียนเข้าร่วม โครงการฯ ผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน”
- กรณีเป็นผู้ประกอบการร้านค้า หรือผู้ประกอบการด้านขนส่งสาธารณะ หรือนิติบุคคลขนาดเล็กนอกเหนือจากที่เคยเข้าร่วม โครงการคนละครึ่ง พลัส สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ผ่านสาขาของ ธ. กรุงไทยฯ
- กรณีเป็นผู้ประกอบการด้านขนาส่งมวลชนสาธารณะ นอกเหนือจากที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ด้วยการเปิดใช้งานแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” โดยตรงกับ ธ.กรุงไทยฯ
- ทั้งนี้ ผู้ประกอบการตามข้อ 1. และข้อ 2. หากไม่ปรากฎข้อมลูลการประกอบกิจการของผู้ประกอบการดังกล่าวในฐานข้อมูลของหน่วยงามของรัฐ จะต้องได้รับการยืนยันว่ามีการประกอบกิจการจริงจากเจ้าหน้าที่ที่กระทรวงมหาดไทยหรือกรุงเทพมหานครมอบหมาย แล้วแต่กรณี หรือเคยได้รับการยืนยันว่ามีการประกอบกิจการจริงจากเจ้าหน้าที่ที่กระทรวงมหาดไทยหรือกรุงเทพมหานครมอบหมายภายใต้โครงการคนละครึ่ง พลัส
ประชาชนและผู้ประกอบการร้านค้าสามารถตรวจสอบหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการเข้าร่วม โครงการฯ และรายละเอียดอื่นๆ เพิ่มเติมได้ทาง www.ไทยช่วยไทยพลัส.th
ช่องทางติดต่อ
ศูนย์ช่วยเหลือสำหรับประชาชน / ร้านค้า
ติดต่อสอบถาม โทร. 0 2111 1122 ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการและวันนัตฤกษ์ 24 ชั่วโมง
สอบถามข้อมูลโครงการ
สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง โทร. 08 5842 7102, 08 5842 7103, 08 5842 7104, 08 5842 7105, 08 5842 7106,
08 5842 7107, 08 5842 7108, 08 5842 7109
ต้ังแต่วันจันทร์ – ศุกร์ ระหว่างเวลา 08.30 – 16.30 น.
ยกเว้นวันหยุดราชการ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
อ้างอิง: ข่าวกระทรวงการคลัง, ฉบับที่ 36/2569 วันที่ 26 พฤษภาคม 2569







